50 ปี 6 ตุลา
6 ตุลา 2519
เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เกิดการฆาตกรรมหมู่นักศึกษาและประชาชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เราขอร่วมรำลึกถึงผู้วายชนม์
หน้านี้กล่าวถึงการสังหารและความรุนแรงต่อนักศึกษา ไม่มีภาพที่ปรากฏการกระทำต่อผู้เสียชีวิต
ภาพพื้นหลังแสดงให้เห็นสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ภาพโดยสำนักข่าวเอพี เผยแพร่โดยข่าวสด ดูที่ข่าวสด (เปิดในแท็บใหม่)
“ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย”
ครบ 50 ปี
นักศึกษาและประชาชนนับหมื่นคนชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อต่อต้านพระถนอม ในวันที่ 6 ตุลา ก่อนรุ่งสาง ตำรวจตระเวนชายแดนยกกำลังเข้าล้อมมหาวิทยาลัย แล้วระดมยิงเข้ามาอย่างหนัก มีการจับกุมนักศึกษาและประชาชนที่เหลือรอดจากการถูกสังหารจำนวน 3,094 คน และในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง ก็เกิดการรัฐประหารฟื้นเผด็จการ
เราขอร่วมรำลึกถึงผู้วายชนม์ และรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น
ย้อนดูที่มา
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นผลผลิตอันสืบเนื่องจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เมื่อขบวนการนักศึกษาได้รับชัยชนะในการต่อสู้ และนำมาซึ่งกระแสการตื่นตัวด้านประชาธิปไตยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันกลุ่มฝ่ายขวาก็เติบโตขึ้น ทั้งลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง และนวพล โดยมีกลไกรัฐบางส่วนหนุนหลัง
วันที่ 19 กันยายน 2519 จอมพลถนอม กิตติขจร บวชเณรจากสิงคโปร์ แล้วเดินทางถึงประเทศไทย และอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบวรนิเวศฯ วันที่ 24 กันยายน นายวิชัย เกษศรีพงษา และนายชุมพร ทุมไมย พนักงานการไฟฟ้านครปฐม ถูกซ้อมตายระหว่างออกติดโปสเตอร์ประท้วงต่อต้านพระถนอม และถูกนำศพไปแขวนคอที่ประตูทางเข้าที่จัดสรรแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม
วันที่ 4 ตุลาคม มีการชุมนุมที่ลานโพธิ์ มีการอภิปรายและการแสดงละครเกี่ยวกับกรณีฆ่าแขวนคอพนักงานการไฟฟ้านครปฐม จัดโดยชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ดาวสยามนำรูปละครแขวนคอมาเป็นเครื่องมือ ออกเผยแพร่โจมตีขบวนการนักศึกษาว่าจงใจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เกิดอะไรขึ้น
ลำดับเวลาเป็นไปตามที่โครงการบันทึก 6 ตุลา รวบรวมจากบันทึกของวันนั้น ส่วนถ้อยคำเป็นของผู้อยู่ในเหตุการณ์ และครอบครัวของผู้ที่จากไป
วันอังคารที่ 5 ตุลาคม 2519
คืนก่อนเกิดเหตุ
10.00 น.
สถานีวิทยุยานเกราะเปิดรายการพิเศษ เสียงของ พ.ท.อุทาร สนิทวงศ์ กล่าวเน้นเป็นระยะว่า “เดี๋ยวนี้การชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ไม่ใช่เป็นเรื่องต่อต้านพระถนอมแล้ว หากแต่เป็นเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”
“สถานีวิทยุยานเกราะจึงได้เริ่มผนึกกำลังกับผู้บริหารสถานีวิทยุต่าง ๆ สองร้อยหกสิบสถานี พร้อมกับผู้จัดรายการจำนวนมาก ซึ่งเป็นชมรมวิทยุเสรีและด้านมวลชนมหาศาล ซึ่งเป็นผู้ฟังเป็นกำลังร่วมปฏิบัติการ”
13.30 น.
นักศึกษารามคำแหงเตรียมออกเดินทางไปสมทบที่ธรรมศาสตร์ 25 คันรถ
ตกเย็น
จำนวนผู้ร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้นนับหมื่นคน จึงย้ายการชุมนุมจากบริเวณลานโพธิ์มายังสนามฟุตบอล
“จนตกเย็น ฉันก็ ยังไม่ได้กินข้าว และดูเหมือนไม่มีใครในห้องชมรมได้กินข้าวเย็น เราเอาขนมของขบเคี้ยวมาแบ่งกันกิน”
20.35 น.
นับเป็นครั้งแรกที่สถานีวิทยุยานเกราะ และชมรมวิทยุเสรี เรียกกลุ่มนักศึกษาประชาชนที่ธรรมศาสตร์ว่า “ผู้ก่อความไม่สงบ” และกล่าวคำว่า “อาจมีการนองเลือดขึ้น”
21.30 น.
ศนท. นำนายอภินันท์ บัวหภักดี และนายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ สมาชิกชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ตลอดคืน
สถานีวิทยุยานเกราะและชมรมวิทยุเสรีออกอากาศตลอดคืนเรียกร้องให้ประชาชนและลูกเสือชาวบ้านไปชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
วันพุธที่ 6 ตุลาคม ก่อนรุ่งสาง
เสียงปืนนัดแรก
01.40 น.
กลุ่มคนประมาณ 100 คนได้บุกเข้าไปเผาแผ่นโปสเตอร์หน้าประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้านสนามหลวง มีเสียงปืนนัดแรกดังขึ้นและมีการยิงตอบโต้ประปรายแต่ไม่มีใครบาดเจ็บ
04.00 น.
ตำรวจตระเวนชายแดน จากค่ายนเรศวร หัวหิน เดินทางมาถึง และยกกำลังเข้าล้อมมหาวิทยาลัยจากทางด้านสนามหลวง และนำกำลังติดอาวุธไปตั้งในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

“ฉันง่วงหลับไปและมาสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้น ด้วยเสียง ‘ตูม’ ที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนตึกสะเทือน”
05.30 น.
ระเบิดเอ็ม.๗๙ ลูกแรก ถูกยิงมาจากฝ่ายตำรวจนอกมหาวิทยาลัย ตกกลางผู้ชุมนุมที่สนามฟุตบอล มีผู้เสียชีวิต ๔ คน และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง
“ตี 5 ครึ่ง น. พอระเบิดลงเห็นคนนอนเป็นแพ แล้วก็มีคนมาบอกว่าตายเป็นสิบ บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง”
6 ตุลาคม ตั้งแต่ 07.00 น.
ใต้ห่ากระสุน
07.00 น.
เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมยิงเข้ามาในมหาวิทยาลัยอย่างหนัก จากด้านหน้าหอประชุมใหญ่ และพิพิธภัณฑสถาน ผู้ชุมนุมนับพันคน ต้องหนีเข้าไปหลบในอาคารรอบสนามฟุตบอล มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน


“‘หยุดยิง ! หยุดยิงครับ พวกเราไม่มีอาวุธ เราไม่มีอะไร พี่ๆทหารครับ พี่ๆตำรวจครับ ให้พวกเราออกไป…’ เสียงนั้นแหบแห้งสั่นเครือ บีบคั้นหัวใจฉันยิ่งนัก”
“ฉันเหลือบเห็นเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนคอซอง นั่งปิดหน้าซุกตัวร้องไห้โฮๆกับมุมตึก ฉันรีบคว้าตัวน้องมากอดไว้ แล้วเราก็ร้องไห้ด้วยกัน”
07.00 น.
ฝูงชนหน้าประตูมหาวิทยาลัยพยายามบุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยโดยใช้รถบัสสองคันขับพุ่งเข้าชนประตู


“มีเสียงตำรวจน้ำตะโกนบอกว่า นักศึกษาธรรมศาสตร์ที่หนีออกนั้นให้กลับขึ้นฝั่งเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะยิง พวกเรากลัวกันมาก มีเพื่อนนักศึกษาชายถอดเสื้อ บอกไปว่า พวกเรายอมแพ้แล้วนะ ไม่ทันขาดคำ แป๊บเดียวเสียงปืนดังมาหนึ่งนัด มีเสียงตะโกนว่ามีคนถูกยิง”
07.50 น.
ตำรวจหน่วยคอมมานโด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) และตำรวจท้องที่ ล้อมอยู่โดยรอบมหาวิทยาลัย โดยมี พล.ต.ท.ชุมพล โลหะชาละ พล.ต.ต.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ และพล.ต.ต.ยุทธนา วรรณโกวิท มาถึงที่เกิดเหตุและเข้าร่วมบัญชาการ
6 ตุลาคม ตั้งแต่ 08.10 น.
ยอมจำนน
08.10 น.
พล.ต.ต.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ บัญชาการให้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) อาวุธครบมือเตรียมบุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสียงปืนดังรุนแรงตลอดเวลา ตำรวจประกาศให้นักศึกษายอมจำนน นักศึกษาหลายคนพยายามวิ่งออกมาข้างนอก จึงถูกประชาชนที่อยู่ภายนอกรุมประชาทัณฑ์
08.18 น.
ตชด.เข้าประจำการแทนตำรวจท้องที่ และมีกำลังใหม่เข้ามาเสริมอีก 2 คันรถ
08.25 น.
ตชด.บุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ และได้พยายามเข้าจับกุมฝ่ายผู้ชุมนุมที่หลบตามอาคารรอบสนามฟุตบอล


10.30 น.
นักศึกษาประชาชนถูกสั่งให้นอนคว่ำ นักศึกษาชายและหญิงถูกบังคับให้ถอดเสื้อ

“เวลาขึ้นจากน้ำก็เอาปืนจี้ บังคับให้คุณถอดเสื้อแล้ววิ่งไปรวมกันอยู่ที่ วัดมหาธาตุ”
10.30 น.
นักศึกษาหญิงเหลือแต่เสื้อชั้นใน ถูกสั่งให้เอามือกุมหัว นอนคว่ำคลานไปตามพื้น ระหว่างที่คลานไปตามพื้นก็ถูกเตะถีบจากตำรวจ



6 ตุลาคม ช่วงสาย
ถูกควบคุมตัว
10.30 น.
ผู้ถูกจับถูกควบคุมตัวไว้ทยอยลำเลียงขึ้นรถเมล์และรถสองแถวส่งไปขังตามสถานีตำรวจต่างๆ มี 3 แหล่งใหญ่ๆ ได้แก่ นครปฐม ชลบุรี และ ร.ร.ตำรวจนครบาลบางเขน ตลอดวันนั้นนักศึกษาประชาชนถูกจับกุม 3,094 คน
10.30 น.
ระหว่างขึ้นรถก็ถูกด่าทออย่างหยาบคายและถูกขว้างปาเตะถีบจากตำรวจและอันธพาลกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน ระหว่างลงจากรถไปยังที่คุมขังก็ถูกตำรวจปล้นชิงทรัพย์สินและของมีค่าไป


“จากนั้น พี่ถูกนำไปขังรวมกันกับเพื่อนๆ อีกประมาณสามพันคนที่บางเขน แล้วก็ได้ข่าวตรงนั้นเองว่า เพื่อนที่ถูกยิงนั้นคือวิมลวรรณซึ่งไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศิริราช”

6 ตุลาคม ตั้งแต่ 10.45 น.
ที่สนามหลวง
10.45 น.
ปรีชา แซ่เฮียเป็นหนึ่งในเหยื่อห้าคนที่ถูกแขวนคอบริเวณท้องสนามหลวงในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 คุณปรีชาถูกแขวนคอบริเวณใกล้กับตึกราชบัณฑิตยสถาน (ตึกแดง) ช่วงเวลาเกิดเหตุประมาณ 10.45-11.00 น. รายงานชันสูตรพลิกศพเป็นพยานหลักฐานที่ชี้ว่าคุณปรีชาถูกทารุณกรรมอย่างเหี้ยมโหดก่อนจะเสียชีวิต ขณะเสียชีวิตเขาอายุได้ 25 ปี
“เห็นว่าแขวนแล้วและมีคนไปซ้อม ไปทำร้ายก็เข้าใจว่าเขาตายแล้ว ก็ยืนดูอยู่สักประเดี๋ยวหนึ่งก็เดินเลยข้ามสนามหลวงไปหารถ ก็เห็นควันไปขึ้นมีคนมุงดูอยู่ก็เห็นศพถูกเผาโดยยางรถยนต์ ประมาณ 3-4 คน”
6 ตุลาคม บ่ายถึงค่ำ
รัฐประหาร
12.30 น.
กลุ่มลูกเสือชาวบ้านและประชาชนจำนวนหลายหมื่นคนชุมนุมอยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า


18.00 น.
พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ประกาศยึดอำนาจ
วันต่อๆ มา
การตามหา
“คนเสียชีวิตนี่เขาจะเขียนว่าชายไทยไม่ทราบชื่อ ยังจำได้ตลอดว่า ชายไทยไม่ทราบชื่อ เพราะเขาไม่มีหลักฐานไม่มีอะไรที่จะรู้ เราก็ไม่เคยคิดว่าน้องจะเสียชีวิต เพราะเขาเป็นคนฉลาด”
“ผมไม่กล้าเข้าไป ผมยืนอยู่ข้างนอก ผมเป็นผู้ชายแต่ผมไม่กล้าไป แม่ผมกับพี่สาวคนหนึ่งเขาเข้าไปดูด้วยกัน ด้วยความที่แม่เป็นห่วงลูก เขาต้องเข้าไปดู”
“ความจริงเขาจับลูกแม่แล้วนะ เพราะตอนที่ไปรับศพ แขนเสื้อทั้งสองข้างยังผูกอยู่กับเอว เขาจับแล้วทำไมต้องฆ่ากัน ยิงทำไม เขาจับคนไม่ผิดอย่างนั้น ใครจะรับผิดชอบ”
“ข้างบ้านนี่ ลูกเขากลับจากกรุงเทพ ได้ยินเสียงเขาเรียกว่า อภิสิทธิ์มา ไอ้น้องมาเว้ยๆ เปิดประตูออกไป อ้าว ไม่ใช่”
“เห็นคนหมื่น คนแสน แต่ลูกเรา เราไม่เห็นว่าไปไหน ทำไมมันไม่ออกให้แม่เห็นสักที”
“เราต่างก็มองหน้ากันแล้วก็ไม่มีใครพูด แต่หลายคนเขาก็ร้องไห้ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร หรือปรึกษาหารือกัน ในยุคสมัยนั้นความหวาดกลัวมันสูงมาก”
หลังเหตุการณ์
นักศึกษาประชาชนถูกจับกุม 3,094 คน เป็นชาย 2,432 คน หญิง 662 คน ผู้ต้องหาคดี 6 ตุลา ถูกคุมขังและดำเนินคดีอยู่เกือบ 2 ปีจึงจะได้รับการปล่อยตัว วันที่ 16 กันยายน 2521 ผู้ต้องหาคดี 6 ตุลา ทั้ง 18 คน ได้รับการนิรโทษกรรม พร้อมกับผู้ต้องหาในศาลอาญาอีก 1 คน
คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินตั้งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี นักศึกษาจำนวนมากเข้าป่า และเมื่อปล่อยผู้ต้องหา พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้กล่าวว่า “แล้วก็ให้แล้วกันไป ลืมมันเสียเถิดนะ”
“แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ การก่อกรณีนองเลือดครั้งนี้ ไม่มีการจับกุมฆาตกรผู้ก่อการสังหารเลยแม้แต่คนเดียว”
เหยื่อความรุนแรง
“การทำความรู้จักตัวตนของเหยื่อก็คือการแสดงความเคารพต่อความเป็นมนุษย์ของพวกเขา”

วิชิตชัย อมรกุล
อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชาวอุบลราชธานี
ภาพจากโครงการบันทึก 6 ตุลา ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อผู้ถ่ายภาพ อ่านเรื่องราวของ วิชิตชัย อมรกุล (เปิดในแท็บใหม่)

จารุพงษ์ ทองสินธุ์
อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งพ่อจินดาและแม่ลิ้มพลิกแผ่นดินตามหาเขา
ภาพจากโครงการบันทึก 6 ตุลา ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อผู้ถ่ายภาพ อ่านเรื่องราวของ จารุพงษ์ ทองสินธุ์ (เปิดในแท็บใหม่)

สุพล พาน
อายุ 24 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดอุดรธานี ถูกยิงขณะพยายามขับรถพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล
ภาพจากโครงการบันทึก 6 ตุลา ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อผู้ถ่ายภาพ อ่านเรื่องราวของ สุพล พาน (เปิดในแท็บใหม่)

ดนัยศักดิ์ เอี่ยมคง
อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชาวนครศรีธรรมราช
ภาพจากโครงการบันทึก 6 ตุลา ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อผู้ถ่ายภาพ อ่านเรื่องราวของ ดนัยศักดิ์ เอี่ยมคง (เปิดในแท็บใหม่)
นักศึกษาและประชาชนจำนวน 40 รายที่เสียชีวิตจากการฆาตกรรมหมู่เมื่อวันที่ 6 ตุลา ตามที่โครงการบันทึก 6 ตุลา รวบรวมไว้ ชื่อที่มีลิงก์จะพาไปยังเรื่องราวของแต่ละคน
- วิชิตชัย อมรกุล (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- อรุณี ขำบุญเกิด (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นชาวจังหวัดชุมพร
- ปรีชา แซ่เฮีย (หรือแซ่เอีย) (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 25 ปี กองบรรณาธิการและสายส่งนิตยสาร เอเชียวิเคราะห์ข่าว
- วิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์ (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะพยาบาลศาสตร์ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี
- เนาวรัตน์ ศิริรังษี (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ภูมิศักดิ์ ศิระศุภฤกษ์ชัย (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 22 ปี ชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- จารุพงษ์ ทองสินธุ์ (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มนัส เศียรสิงห์ (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 22 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง
- สุพล พาน (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 24 ปี ถูกยิงขณะพยายามขับรถพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล
- ดนัยศักดิ์ เอี่ยมคง (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 21 ปี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- อภิสิทธิ์ ไทยนิยม (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 21 ปี คณะเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- พงษ์พันธ์ เพรามธุรส (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 20 ปี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- อับดุลรอเฮง สาตา (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยมหิดล
- ไพบูลย์ เลาหจิรพันธ์ (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- อนุวัตร อ่างแก้ว (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 22 ปี ชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- บุนนาค สมัครสมาน (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง
- อัจฉริยะ ศรีสวาท (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 23 ปี ชั้นปี 3 ของวิทยาลัยกรุงเทพฯ
- สุรสิทธิ์ สุภาภา (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- ยุทธนา บูรศิริรักษ์ (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- กมล แก้วไกรไทย (เปิดในแท็บใหม่)อายุ 19 ปี ทำงานจัดส่งและขายหนังสือพิมพ์ที่ท่าช้าง
- มนู วิทยาภรณ์อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- สัมพันธ์ เจริญสุขอายุ 20 ปี นักศึกษาคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- สุวิทย์ ทองประหลาดอายุ 23 ปี
- วีระพล โอภาสวิไลอายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- สุพจน์ พันธุ์กาฬสินธุ์อายุ 22 ปี
- ภรณี จุลละครินทร์อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วัชรี เพชรสุ่นอายุ 20 ปี นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ชัยพร อมรโรจนาวงศ์อายุ 43 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว
- สงวนพันธุ์ ซุ่นเซ้งอายุ 23 ปี
- สมชาย ปิยะสกุลศักดิ์อายุ 22 ปี
- วิสุทธิ์ พงษ์พานิชอายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ศิริพงษ์ มัณตะเสถียรอายุ 21 ปี
- วสันต์ บุญรักษ์อายุ 19 ปี
- ชายไทยไม่ทราบชื่อถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ
- ชายไทยไม่ทราบชื่อถูกกระสุนปืนเข้าช่องปอด
- ชายไทยไม่ทราบชื่อถูกกระสุนปืน
- ศพถูกเผาไม่ทราบชื่อที่ 1ยังระบุตัวตนไม่ได้
- ศพถูกเผาไม่ทราบชื่อที่ 2ยังระบุตัวตนไม่ได้
- ศพถูกเผาไม่ทราบชื่อที่ 3ยังระบุตัวตนไม่ได้
- ศพถูกเผาไม่ทราบชื่อที่ 4ยังระบุตัวตนไม่ได้
มีผู้เสียชีวิตกี่คน
ผ่านมา 50 ปี ข้อเท็จจริงพื้นฐานอย่างจำนวนผู้เสียชีวิตก็ยังไม่ตรงกัน โครงการบันทึก 6 ตุลา อธิบายที่มาของแต่ละตัวเลขไว้
- ผู้เสียชีวิตตามตัวเลขทางการ
- 39
- ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ตามเอกสารชันสูตรพลิกศพ
- 46
- นักศึกษาและประชาชน ตามการรวบรวมของโครงการ
- 40
- ผู้ถูกจับกุมในวันนั้น
- 3,094
เอกสารชันสูตรพลิกศพรวมเจ้าหน้าที่ 5 ราย และชายอีก 1 รายที่เสียชีวิตในห้องขังเมื่อเดือนมกราคม 2520 โครงการไม่นับรายนี้ในตัวเลข 40 แต่นับนักศึกษาหญิงที่เสียชีวิตจากบาดแผลเมื่อเดือนธันวาคม 2519 ขณะที่แหล่งข่าวอ้างอิงจากการเก็บศพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ประมาณว่ามีนักศึกษาประชาชนเสียชีวิต 530 คน
ทำไมเราต้องจำ
โครงการ “บันทึก 6 ตุลา” คือแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่มุ่งเก็บรวบรวมรักษาและจัดระบบข้อมูลที่ยังกระจัดกระจายในที่ต่างๆ ทั้งเอกสารชันสูตรพลิกศพ หนังสือพิมพ์ เสียงจากวิทยุ ภาพถ่าย และเรื่องราวของผู้เสียชีวิตจากปากคำของครอบครัวและเพื่อน
เราขอร่วมรักษาความทรงจำของพวกเขาไว้
“ลูกของเราอยากหาความเป็นธรรม หาความยุติธรรม และให้คนทุกคนได้รับสิทธิเสรีภาพ สมควรตามรัฐธรรมนูญ”
“ผมรู้ดีอยู่ว่า น้องชายผมเขาไม่มีอาวุธอะไรเลย เขาเป็นคนบริสุทธิ์คนหนึ่งที่มีความรู้สึกอยากเรียกร้องสิ่งที่ถูกต้อง เรียกร้องสิ่งซึ่งสังคมขณะนั้นต้องการให้มันดีกว่าเดิม แค่นั้นเอง”
“พี่ไม่เข้าใจว่า ทำไม 6 ตุลาถึงไม่ใช่วีรชน ในสายตาของคนไทย จริงๆ แล้ว เขาเป็นวีรชนของคนไทยทุกๆ คน”
“ไม่มีเหตุผลอะไรเลยในลักษณะของเหตุการณ์หนึ่งที่เราจะปิดประตูของความเป็นจริงเอาไว้ไม่ให้คนรับรู้ โอเค เราอาจจะค่อยๆ ลืมมันไป แต่บานประตูนั้นก็ควรจะแง้มออกมาเพื่อให้ทุกคนได้มองเข้าไปว่า เกิดอะไรขึ้นในช่วงประวัติศาสตร์ช่วงนั้นมากกว่า”
“เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อต่ออายุความสนใจและการค้นคว้าเกี่ยวกับ 6 ตุลาให้ไปอีกไกลในอนาคต และเพื่อต่อสู้กับความพยายามทำให้สังคมลืม 6 ตุลา”
“คิดว่าวันไหนก็ตามหากหมดชีวิตก็จะลืม … แต่นี่มันลืมไม่ลง แม่ลืมไม่ได้”
“อยากบอกว่า พี่รักน้อง พี่ไม่เคยลืมเลย … ไม่ได้ไปจากหัวใจเราเลย”
เราจะไม่มีวันลืมพวกเขา
ศึกษาเพิ่มเติม
อ่านต่อได้ที่โครงการบันทึก 6 ตุลา
Walking Tour 4 จุดเหตุการณ์สำคัญ
งาน 50 ปี 6 ตุลา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีกิจกรรม Walking Tour 4 จุดเหตุการณ์สำคัญ ที่จะพาทุกท่านร่วมทำความเข้าใจเรื่องราวบนพื้นที่เหตุการณ์จริง
- วันที่
- 4 และ 6 ตุลาคม 2569
- รอบเดินทัวร์
- วันละ 1 รอบ เวลา 16.30 ถึง 18.30 น.
- ลงทะเบียน
- เปิดทั้งสองวัน ช่วงที่ 1 เวลา 13.00 ถึง 13.30 น. ช่วงที่ 2 เวลา 16.00 ถึง 16.30 น.
- สถานที่
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
4 จุดที่ไปเยือน
- หน้าหอประชุมใหญ่
การบุกยิงจากฝั่งพิพิธภัณฑ์เข้ามายังบริเวณหน้าหอประชุมใหญ่ การเสียชีวิตของคุณจารุพงษ์ ทองสินธุ์ และผู้หญิงทั้ง 5 คนที่เสียชีวิตในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 - สนามฟุตบอล (ตึกบัญชี)
พยาบาลเพื่อมวลชน (พ.ม.ช.) และการถูกจับกุมคุมขัง - ลานโพธิ์
การแสดงละครในวันที่ 4 ตุลาคม 2519 การออกไปเจรจากับรัฐบาล และการถูกจับกุมคุมขัง - ท่าน้ำ ลานปรีดี
การหนีลงท่าว่ายน้ำข้าม และการถูกยิงจากตำรวจน้ำ ไปจนถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลศิริราช
กิจกรรมจะเริ่มทันทีหลังปิดการลงทะเบียน ขอให้นำร่มหรืออุปกรณ์กันฝนติดตัวมาด้วย
แหล่งที่มาและเครดิต
ข้อเท็จจริง ข้อความที่อ้างอิง และภาพถ่ายทุกภาพในหน้านี้มาจากโครงการบันทึก 6 ตุลา (Documentation of Oct 6, doct6.com) ภาพและข้อความแต่ละชิ้นมีลิงก์ไปยังหน้าที่โครงการเผยแพร่ไว้ ภาพส่วนใหญ่มาจากภาพชุดที่คุณปฐมพร ศรีมันตะ มอบให้โครงการเมื่อปี 2560 ซึ่งโครงการระบุว่าไม่มีข้อมูลผู้ถ่ายภาพและเจ้าของ ยกเว้นภาพเบื้องหลังชื่อเรื่อง ซึ่งเป็นภาพของสำนักข่าวเอพี เผยแพร่โดยข่าวสด
เอกสารหรือหลักฐานที่ปรากฏในเว็บไซต์ “บันทึก 6 ตุลา” มีจุดประสงค์เพื่อการเรียนรู้และประโยชน์ต่อสังคมเท่านั้น หากต้องการนำไปใช้ในทางธุรกิจหรือเพื่อแสวงหากำไร กรุณาติดต่อโครงการก่อนหรือขออนุญาตโดยตรงจากครอบครัวของผู้เสียชีวิต
